ตะแกรงอลูมีเนียมฉีก

ตะแกรงอลูมีเนียมฉีก

 

สำหรับตะแกรงอลูมิเนียมฉีกที่ใช้งานกันมากๆ จะเป็นงานลักษณะภายนอกอาคารและต้องการน้ำหนักเบา เช่น งานหน้ากากอาคาร เป็นต้น เกรดที่ใช้งานจะเป็น AA1100

แนะนำการใช้งานตะแกรงอลูมิเนียมฉีกกับงานต่างๆ

ลักษณะของงาน

ความหนาที่เหมาะสม

รุ่นของตะแกรงอลูมิเนียม

งานตกแต่งอาคาร, ฝ้าเพดาน, การ์ดกันเครื่องจักร, กันนก กันหนู กันงู 0.5 มม.- 1.5 มม.  XS-31 , XS-32
งานตกแต่งสถานที่ ราว ระเบียงกันตก รั้ว การ์ดป้องกันเครื่องจักร กรงสัตว์ แผงกั้น ประตู หน้าต่างกันขโมย 1.5 มม. – 2.0 มม. XS-33, XS-41, XS-42, XS-51, XS-52 , XS-61 , XS-71 , G-5 , G-10 , G-12 , S-6 , S-18 ,
S-34 , S-37

ตะแกรงฉีกอลูมิเนียมอลูมิเนียมฉีก                     

คุณสมบัติทางกายภาพ

ความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูง

หนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้อลูมิเนียมเป็นตัวเลือกของผู้ใช้ก็คือ อัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนักที่สูงยิ่ง อลูมิเนียมมีน้ำหนักเบากว่าเหล็กถึง 66 % ในความแข็งแรงเท่ากัน และอัตราการเปราะหักก็น้อยกว่ามาก เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างโครงสร้างอลูมิเนียมและโครงสร้างเหล็ก โมดูลัสของความยืดหยุ่นของอลูมิเนียมดีกว่ามากโดยรับโหลดได้ดีกว่าในระดับ 1:2 หรือเท่าตัวเลยทีเดียว

ชิ้นงานอลูมิเนียมโดยมากมีความบางและลึกกว่าชิ้นงานโลหะทั่วไป ให้ความแข็งแรงและความทนทานได้ดีกว่า เนื่องจากอลูมิเนียมทรทานต่อคงามชื้น และหน้าต่างอลูมิเนียมก็ไม่มีการหดตัวหรือผุกร่อนสำหรับโครงสร้างของประตูซึ่งเป็นโครงสร้างกลวงสร้างขึ้นจากการรีดดึงแนวไซท์ไลน์ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นเพราะสามารถใส่ชุดมัลติล็อคเข้าร่วมกับโครงสร้างประตูได้ เหล่นี้คือคุณสมบัติที่ได้เปรียบของอลูมิเนียม นอกเหนือไปจากความมีน้ำหนักเบา ความแข็งแรงและความแกร่งของโครงสร้างอลูมิเนียม

การบำรุงรักษาต่ำ

ในขณะที่อลูมิเนียมมีความทนทานตามธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการก่อสร้างที่เป็นอลูมิเนียมมักจะได้รับการเคลือบผิว แนวทางหนึ่งในการจัดเตรียมเพื่อลดการผุกร่อนคือ การทำอโนไดซ์ (Anodization) ซึ่งเป็นวิธีทางอิเล็กทรอไลติก ซึ่งเพิ่มความหนาให้กับชั้นออกไซด์จาก 0.00001 มม. ขึ้นเป็น 0.005 และ 0.025 มม. หรือ 5.25 ไมครอน ทำให้อลูมิเนียมมีความสามารถที่จะทนทานต่อความสึกกร่อนได้สูงมาก การทำอโนไดซ์ให้ผลคล้ายคลึงกับการทำชุบเงินหรือออกซิไดซ์อลูมิเนียม แต่ทำได้หลายสี

อลูมิเนียมสามารถนำขึ้นรูปได้หลายรูปทรง

เนื่องจากอลูมิเนียมมีความอ่อนตัวจึงสามารถนำไปขึ้นรูปได้หลายรูปแบบโพรไฟล์ การนำไปใช้งานไม่จำเป็นต้องเป็นแผ่นบางเท่านั้น สิ่งที่ตามมาในปัจจุบัน งานปิดผนังด้วยแผ่นอลูมิเนียมจึงช่วยสร้างสรรค์การใช้งานภายนอกตัวอาคารได้อย่างน่าประทับใจและใช้งานได้ดี ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับแผ่นผนังขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแบบเรียบหรือมีรูปทรงเป็นงานที่ใช้การเชื่อมต่อน้อย ทำให้การติดตั้งชิ้นงานทำได้สะดวกรวดเร็วและประหยัด

ระบบผนังแผ่นอลูมิเนียมทำได้ไม่เฉพาะสำหรับการก่อสร้างใหม่เท่านั้น แต่ยังใช้ได้ดีกับการปรับปรุงสิ่งก่อสร้างด้วยโดยเฉพาะหากเจ้าของงานต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวอาคาร ผนังแผ่นอลูมิเนียม โดยเฉพาะกับพวกงานคอมโพสิท จัดเป็นตัวเลือกในอุดมคติเลยทีเดียวสำหรับการปิดผนังสำหรับโครงสร้างอาคารเก่า และยังเป็นตัวเลือกสำหรับการออกแบบแนวร่วมสมัย (Contemporary) สำหรับอาคารสมัยใหม่ทุกรูปแบบ

อลูมิเนียมสามารถนำไปรีไซเคิลได้เมื่อสิ่งก่อสร้างถึงจุดสิ้นสุด

ผลิตภัณฑ์สิ่งก่อสร้างที่เป็นอลูมิเนียมสามารถนำไปรีไซเคิลได้ ประเด็นนี้ได้ทวีความสำคัญขึ้นเนื่องจากเจ้าของอาคารจำนวนมากขึ้นตัดสินใจที่จะทุบทำลายอาคารเก่า แทนที่จะปล่อยเป็นกองขยะ เจ้าของอาคารมีความรอบคอบมากขึ้นในการทุบทำลายตัวอาคารเพื่อสกัดวัสดุต่างๆ ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยการทำเช่นนี้ พวกเศษสิ่งที่รื้อออกมาที่มีค่าอย่างเช่น อลูมิเนียม นอกจากจะไม่ถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังเป็นการขจัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดต้นทุนในการนำไผทำลายด้วยการถมบนดิน

การรีดซเคิลอลูมิเนียมยังช่วยลดการใช้พลังงานเพราะการผลิตอลูมิเนียมจากการรีไซเคิลใช้พลังงานเพียง 5% ของพลังงานที่ต้องใช้ในการผลิตอลูมิเนียมใหม่

สำหรับนักออกแบบแนวร่วมสมัยแล้ว การจะหาอะไรที่จะมาทดแทนอลูมิเนียมได้ยาก จากหลักการที่ว่า รูปทรงเป็นตัวกำหนดวัสดุ และวัสดุช่วยให้การขึ้นรูปมีความเป็นไปได้ เฉพาะความจริงในข้อนี้ก็เพียงพอที่จะประกันได้เลยว่าอลูมิเนียมจะยังคงเติบโตต่อไปไม่หยุดยั้งในวงการศตวรรษที่ 21 นี้

……..ขอขอบคุณบทความและภาพประกอบจากนิตยสาร Metal Working……

Leave a comment